หน้าแรก
ข้อบังคับของสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย
ข้อที่ 1 ชื่อสมาคม  
  ภาษาไทย สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย
  ภาษาอังกฤษ THE TIO CHEW ASSOCIATION OF THAILAND
ข้อที่ 2 ตราของสมาคม รูปแบตราสมาคมคือ.-  
  รูปพวงมาลัยเรือสีส้มแดงมีพื้นสีฟ้า  
ข้อที่ 3 สถานที่ตั้งของสมาคม  
  ภาษาไทย 1/1 ซอยวัดปรก 1 แขวงทุ่งวัดดอน เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
  ภาษาอังกฤษ No. 1/1 SOI WATPROK 1, YANNAWA BANGKOK THAILAND 10120
ข้อที่ 4 วัตถุประสงค์  
 
เพื่อเป็นที่พบปะและสังสรรค์ขอชาวแต้จิ๋ว เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน กระชับความรักใคร่ปรองดองของชาวไทย-ชาวจีน แความร่วมมือของสมาชิกในการก่อตั้งกิจกรรมทางด้านบำเพ็ญประโยชน์ สร้างโรงเรียน สุสาน สถานพยาบาล ช่วยเหลือแสนับสนุนด้านความบันเทิงต่างๆ การกีฬา ตลอดจนกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ และไม่เกี่ยวข้อที่งกับกิจกรรมทางด้านการเมือง
ข้อที่ 5  
  ชาวแต้จิ๋วและอนุชนชาวแต้จิ๋วทุกคน ไม่จำกัดเพศ ผู้ที่มีความประพฤติดี และสนับสนุนวัตถุประสงค์ของสมาคม เคารพและปฏิบัติตามกฎข้อที่บังคับของสมาคม มีสิทธิยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมได้ โดยผ่านการแนะนำของสมาชิกสมาคม 2 ท่าน
ข้อที่ 6 ประเภทของสมาชิก  
  1. สมาชิกกิติมศักดิ์ ชาวแต้จิ๋วและอนุชนชาวแต้จิ๋วทุกคน ที่ได้บริจาคเงินบำรุงสมาคมตั้งแต่ 10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาท) ขึ้นไป หรือได้ทำคุณประโยชน์เป็นพิเศษให้แก่สมาคม บุคคลผู้นั้นหากได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของสมาชิกคณะกรรมการดำเนินงานแล้ว ให้ถือเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของสมาคม
  2. สมาชิกสามัญในฐานห้างร้าน ผู้ใดที่เข้าเป็นสมาชิกในนามห้างร้าน จักต้องบำรุงสมาคมเป็นเงิน 4,000.- บาท (สี่พันบาท)
  3. สมาชิกสามัญในฐานส่วนบุคคล ร้าน จักต้องบำรุงสมาคมเป็นเงิน 2,000.- บาท (สองพันบาท)
  4. สมาชิกวิสามัญในฐานะห้างร้าน จักต้องบำรุงสมาคมเป็นเงิน 2,000.- บาท (สองพันบาท)
  5. สมาชิกวิสามัญในฐานะส่วนบุคคล จักต้องบำรุงสมาคมเป็นเงิน 1,000.- บาท (หนึ่งพันบาท)
  6. สมาชิกอุปถัมภ์ ผู้ที่ไม่ใช่เป็นชาวแต้จิ๋ว แต่มีความประสงค์ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยได้บำรุงสมาคมตั้งแต่ 2,000.- บาท (สองพันบาท) ขึ้นไป ให้ถือเป็นสมาชิกอุปถัมภ์
  7. สมาชิกกิติมศักดิ์ ผู้ที่ได้ให้ความช่วยเหลือกิจกรรมด้านการกุศล ได้บำเพ็ญประโยชน์หรือได้ทำคุณประโยชน์เป็นพิเศษแก่สมาคม เมื่อได้ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินงานแล้ว ให้ถือเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์
ข้อที่ 7 หากมีเหตุดังกล่าวต่อไปนี้เกิดขึ้นแก่สมาชิกผู้ใดผู้หนึ่ง ให้ถือว่าสมาชิกผู้นั้นพ้นจากสภาพการเป็นสมาชิกของสมาคม คือ  
  1. ถึงแก่กรรมหรือมีคำสั่งศาลว่าเป็นบุคคลสาบสูญ
  2. ออกจากสมาชิก
  3. มีความผิดต้องโทษทางอาญาและถูกศาลพิพากษาให้จำคุกในคดีอาญา
  4. ละเมิดกฎข้อที่บังคับของสมาคม ทำลายชื่อเสียงของสมาคม ก้าวก่ายสิทธิและอำนาจของสมาคม เมื่อคณะกรรมการดำเนินงานได้พิจารณาสอบสวนแล้วเห็นว่าเป็นความจริงเช่นนั้น
ข้อที่ 8 สมาชิกไม่ว่าประเภทใด ที่พ้นจากสภาพการเป็นสมาชิกสมาคมไปแล้ว ไม่มีสิทธิขอคืนเงินทุกประเภทที่ตนได้จ่ายให้แก่สมาคมไปไม่ว่ากรณีใดๆ
ข้อที่ 9 หน้าที่ของสมาชิก  
  1. เคารพและปฏิบัติตามกฎข้อที่บังคับของสมาคม และปฏิบัติตามมติที่ประชุม  
  2. รักษาชื่อเสียงของสมาคม  
  3. ช่วยเหลือกิจการงานของสมาคม  
  4. แนะนำชาวแต้จิ๋วหรืออนุชนชาวแต้จิ๋วให้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  
ข้อที่ 10 สิทธิของสมาชิก บุคคลใดที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมจนครบเวลา 6 เดือนแล้ว บุคคลนั้นมีสิทธิ์ดังนี้
  1. สมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาชิกสามัญในฐานะห้างร้าน สมาชิกสามัญในฐานะส่วนบุคคล สมาชิกวิสามัญในฐานะห้างร้าน และสมาชิกวิสามัญในฐานะส่วนบุคคล มีสิทธิในการเลือกตั้ง และได้รับการเลือกตั้ง
  2. สมาชิกทุกท่านมีสิทธิได้รับผลประโยชน์ต่างๆ จากสวัสดิการด้านบำเพ็ญประโยชน์ การกุศล ตามที่คณะกรรมการดำเนินงานได้กำหนดขึ้น
  3. สมาชิกทุกท่านมีสิทธิขอให้ทางสมาคมเป็นธุระช่วยเหลือบริการให้ หรือยื่นเรื่องราวให้ทางสมาคมช่วยเหลือหากเป็นเรื่องราวที่ไม่ผิดกฎข้อที่บังคับของสมาคมและไม่ผิดต่อกฎหมาย
ข้อที่ 11 การจัดตั้ง  
  1. คณะกรรมการดำเนินงาน โดยการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ สมาชิกมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 31 ท่าน ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกประกอบขึ้นเป็นคณะกรรมการดำเนินงาน และจากภายในคณะกรรมการ คัดเลือกกรรมการผู้ตรวจสอบ 1 ถึง 3 ท่าน ทำหน้าที่ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลของสมาคมฯ
  2. คณะกรรมการบริหาร โดยการคัดเลือกจากคณะกรรมการดำเนินงานให้เป็นกรรมการบริหารแล้วคณะกรรมการบริหารคัดเลือกประธาน 1 ท่าน รองประธาน (จำนวนรองประธานให้คณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้กำหนด) แล้วเลือกเลขานุการ 1 อัตรา รองเลขานุการ 1 อัตรา เหรัญญิก 1 อัตรา รองเหรัญญิก 1 อัตรา นอกนั้นเป็นคณะกรรมการบริหาร
  3. การจัดตั้งคณะกรรมการและผู้ประสานงานกิจการงานของสมาคมอยู่ภายใต้ การบริหารงานของคณะกรรมการดำเนินงาน การจะเพิ่มคณะกรรมการดำเนินงานหรือเพิ่มกลุ่มผู้ประสานงาน ตลอดจนกฎการจัดตั้งและ การปลดออกจากตำแหน่งให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน
ข้อที่ 12 สำนักงานที่ทำการของสมาคม  
  สำนักงานที่ทำการของสมาคม ให้จัดให้มีผู้จัดการทั่วไป 1 อัตรา รองผู้จัดการทั่วไป 1 อัตรา และผู้ช่วยผู้จัดการให้แต่งตั้งขึ้นตามความจำเป็น ให้มีบรรณสาร 1 อัตรา พนักงานทำบัญชี 1 อัตรา พนักงานรับจ่าย 1 อัตรา พนักงานพัสดุ 1 อัตรา และพนักงานในตำแหน่งอื่น ให้แต่งตั้งขึ้นตามความจำเป็น เฉพาะตำแนห่งผู้จัดการทั่วไปของสมาคมจักได้รับการเสนอชื่อจากประธานสมาคมและคณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณาและคัดเลือก ส่วนการแต่งตั้งและการปลดออกจากตำแหน่ง ตลอดจนการกำหนดหน้าที่ในการทำงานของพนักงานต้องได้รับการอนุมัติจากประธานสมาคม
ข้อที่ 13 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดองค์กรของสมาคมในกรณีจำเป็น ให้คณะกรรมการเสนอและที่ประชุมมีมติอนุมัติแล้ว ให้เชิญบุคคลที่มีเกียรติเข้ารับตำแหน่งกิตติมศักดิ์ดังนี้.-  
  1. ประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
  (ก) เป็นผู้ที่สร้างคุณประโยชน์พิเศษแก่สมาคมโดยการเสนอฃื่อจากคณะกรรมการดำเนินงาน และที่ประชุมใหญ่สมาชิกลงมติ  
  (ข) ผู้ที่เคยได้รับตำแหน่งประธานสมาคมมาก่อน และได้สร้างคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงให้แก่สมาคม โดยการเสนอชื่อจากคณะกรรมการดำเนินงาน และที่ประชุมใหญ่สมาชิกลงมติ  
  2. ประธานกิตติมศักดิ์ เป็นผู้ที่ได้รับตำแหน่งประธานสมาคม หรือได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สมาคม โดยการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินงาน  
  3. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ตลอดชีพ เป็นผู้ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สมาคม โดยการเสนอชื่อจากคณะกรรมการดำเนินงานและที่ประชุมใหญ่สมาชิกลงมติ  
  4. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เป็นผู้ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สมาคม โดยได้รับการพิจารณาและเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินงาน  
ข้อที่ 14  
  ตำแหน่งกิตติมศักดิ์สมาคม และสมาชิก แผนกต่างๆ ของสมาคม เป็นตำแหน่งในหน้าที่ในการให้บริการ นอกจากตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ตลอดชีพแล้ว กำหนดเวลาในการรับตำแหน่งหน้าที่ให้เหมือนกับเวลาในการรับตำแหน่งของคณะกรรมการดำเนินงานเช่นเดียวกัน
ข้อที่ 15 การประชุมใหญ่สมาชิก สมาคมถือการประชุมใหญ่ของสมาชิกเป็นอำนาจที่สูงสุด อำนาจและหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่สมาชิกมีดังนี้.-
  1. พิจารณาและลงมติแก้ไขข้อที่บังคับของสมาคม
  2. คัดเลือกกรรมการดำเนินงานของสมาคม  
  3. ตรวจสอบและลงมติเกี่ยวกับตารางบัญชีปลายปีของสมาคม  
ข้อที่ 16 คณะกรรมการดำเนินงานมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้  
  1. ดำเนินการและวางโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนากิจการงานของสมาคม
  2. จัดหาและเตรียมค่าใช้จ่ายต่างๆ และต้องระบุไว้ในงบประมาณ รายรับ – รายจ่าย ของสมาคม
ข้อที่ 17 กรรมการบริหารมีหน้าที่จัดการดูแลงานประจำของสมาคม อำนาจหน้าที่มีดังต่อไปนี้
  1. ประธาน เคารพและปฏิบัติตามกฎข้อที่บังคับของสมาคม บริหารงานในหน้าที่ ดูแลเวลาที่ทางสมาคมมีการประชุม และเป็นตัวแทนของสมาคมในการลงนามในหนังสือสัญญาและเอกสารต่างๆ
  2. รองประธาน ช่วยเหลืองานและหน้าที่ของประธาน ในกรณีที่ประธานมีเหตุจำเป็นไม่สามารถมาปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ รองประธานผู้ที่ได้รับมอบหมายจากประธาน จะทำหน้าที่บริหารงานแทนประธาน
  3. เลขานุการ ดูแลและเก็บรักษาหนังสือ เอกสารต่างๆ ของสมาคม ช่วยเหลืองานและภารกิจต่างๆ ของประธานสมาคม รองเลขานุการ ช่วยเหลืองานและภารกิจต่างๆ ของเลขานุการ
  4. เหรัญญิก ดูแลทรัพย์สินของสมาคม รักษาหนังสือสัญญาต่างๆ สมุดเช็คของธนาคาร ตรวจสอบรายรับ – รายจ่าย ของสมาคมรองเหรัญญิก ช่วยเหลืองานและภารกิจต่างๆ ของเหรัญญิก
ข้อที่ 18 การสิ้นสภาพกรรมการดำเนินงาน  
  กรรมการดำเนินงานท่านใด หากไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน หรือมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเกี่ยวกับเงินค่าธรรมเนียมประจำ หรือเงินบำรุงให้แก่สมาคม ภายหลังจากได้มีมติการประชุมโดยกำหนดวันเวลาต้องชำระค่าธรรมเนียมหรือเงินบำรุงแล้ว หากพ้นเวลา 4 เดือน ตามกำหนด กรรมการท่านใดไม่ชำระให้เรียบร้อย ให้ถือว่ากรรมการผู้นั้นขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการดำเนินงาน และต้องพ้นจากตำแหน่งโดยปริยาย และไม่มีสิทธิรับคืนเงินค่าธรรมเนียมและเงินบำรุงต่างๆ ทั้งสิ้น
ข้อที่ 19 การเลือกตั้ง  
  การประชุมใหญ่สมาชิกสมาคม เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานทุกครั้งทางสมาคมต้องประกาศหนังสือพิมพ์ๆแห่งท้องถิ่น หรือแจ้งการประชุมให้สมาชิกทราบก่อนการประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 10 วัน หากสมาชิกผู้ใดไม่สามารถมาประชุมด้วยตนเองได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด สมาชิกผู้นั้นไม่มีสิทธิมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงคะแนนในการเลือกตั้งแทนตนได้ รายการละเอียดของการประชุมและในการเลือกตั้งนั้น เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้กำหนดขึ้น
ข้อที่ 20 เวลาของการดำรงตำแหน่ง  
  กรรมการดำเนินงาน มีสิทธิดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไปหากได้รับเอกให้เข้าดำรงตำแหน่งอีก กรรมการผู้นั้นมีสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งต่อไปอีกคราวละ 2 ปีทุกครั้งไป ส่วนตำแหน่งประธานจะไม่ดำรงตำแหน่งประธานเกินกว่า 2 สมัย แต่มีสิทธิเข้ารับตำแหน่งอื่นได้
ข้อที่ 21  
  หากมีกรณีจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนกรรมการดำเนินงาน หรือมีกรณีจำเป็นต้องเพิ่มกรรมการริหาร หรือหากมีกรรมการดำเนินงาน หรือกรรมการบริหารไม่ครบตามจำนวน จะต้องให้คณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้เพิ่ม
ข้อที่ 22 กำหนดการประชุม และกำหนดจำนวนสมาชิกในการเข้าประชุม มีดังนี้  
  1. การประชุมใหญ่สมาชิกประจำปี สมาคมจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ประจำปี ๆ ละ 1 ครั้ง โดยจัดให้มีการประชุมภายในเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม
  2. การประชุมใหญ่สมาชิกชั่วคราว (1) ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินงานเห็นว่าจำเป็น (2) ในกรณีที่มีสมาชิกรวมกันตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปทำหนังสือขอให้เปิดประชุม ในกรณีนี้ต้อให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุม
  3. คณะกรรมการดำเนินงาน จะต้องจัดให้มีการประชุมทุกๆ 3 เดือน แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นจะให้ประธานเรียกประชุมก็ได้
  4. คณะกรรมการบริหาร จะต้องจัดให้มีการประชุมทุกๆ 1 เดือน แต่ในกรณีจำเป็น ประธานมีสิทธิเรียกประชุมได้ทุกเวลา
  5. การประชุมครั้งอื่นๆ ในกรณีมีเหตุจำเป็น ประธานมีสิทธิเรียกประชุมได้ทุกเวลา
  6. จำนวนสมาชิกที่เข้าประชุม (1) การประชุมใหญ่สมาชิก จะต้องมีสมาชิกมาเข้าร่วมประชุมตั้งแต่ 60 คนขึ้นไป (2) การประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน จะต้องมีกรรมการจำนวนหนึ่งในสี่ขึ้นไปของคณะกรรมการดำเนินงานเข้าร่วมประชุม (3) การประชุมกรรมการบริหาร
  7. สิทธิในการลงมติ ไม่ว่าในกรณีใดๆ หากต้องมีการลงมติในที่ประชุม จักต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมเห็นชอบด้วย มตินั้นจึงจะถือว่ามีผลใช้บังคับได้และถือว่าเป็นมติที่สมบูรณ์
ข้อที่ 23 รายรับและผลประโยชน์ของสมาคม  
  1. ได้มาตามกฎข้อที่บังคับสมาคมข้อที่ 6
  2. รายรับจากเงินค่าบำรุงต่างๆ เงินได้จากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้
  3. รายรับจากทรัพย์สินของสมาคม รายรับจากศาลเจ้าของสมาคม
ข้อที่ 24 การเงิน  
  1. หนังสือเอกสารที่สำคัญและหนังสือสัญญาต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับการเงินของสมาคม จะต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานเสียก่อน ประธานและรองประธานสมาคมท่านใดท่านหนึ่งร่วมกันลงชื่อ และประทับตราสำคัญของสมาคม โดยเหรัญญิกเป็นผู้ประทับตรา จึงจะถือว่าเป็นการถูกต้อง
  2. รายรับ-รายจ่ายของสมาคม ประธานและเหรัญญิกเท่านั้นมีสิทธิ์ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อได้ ส่วนผู้จัดการทั่วไปขงสมาคมผู้ควบคุมรายรับ-รายจ่าย พนักงานทำบัญชี พนักงานเก็บเงิน จะต้องเซ็นชื่อในเอกสารใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จรายรับ-รายจ่าย ไม่อนุญาตให้ใช้ตราชื่อประทับแทนการลงชื่อทั้งสิ้น
  3. สมาคมหากรายรับ-รายจ่ายของสมาคม จะต้องปิดงบบัญชีทุกเดือน โดยให้ผู้ตรวจสอบเซ็นชื่อรับรอง แล้วส่งบัญชีงบดุลไปให้คณะกรรมการดำเนินงานตรวจสอบ อีกครั้งหนึ่งแล้วจึงประกาศให้ทราบ บัญชีงบดุลเม่อผ่านการตรวจสอบของผู้ตรวจสอพร้อมทั้งได้เซ็นชื่อรับรองแล้ว ให้ส่งต่อไปให้ที่ประชุมใหญ่สมาชิกรับรองความถูกต้องอีกครั้ง
  4. มีเงินสดเหลืออยู่มากกว่า 20,000.- บาท ขึ้นไป ผู้ควบคุมรายรับ- รายจ่าย ต้องนำเงินนี้ไปฝากไว้ในธนาคารที่สมาคมเปิดบัญชีอยู่ทุกครั้งไป
  5. เช็คของธนาคารที่สมาคมได้สั่งจ่ายเงินออกไป จะต้องมีการลงลายมือชื่อของประธานสมาคม หรือรองประธานสมาคมคนใดคนหนึ่งอย่างน้อย 2 คนและเหรัญญิกเป็นผู้ประทับตราสำคัญของสมาคม เช็คธนาคารที่สั่งจ่ายเงินนั้นจึงจะถือว่าเป็นเช็คสั่งจ่ายของสมาคมที่ถูกต้องสมบูรณ์
ข้อที่ 25 ภาคผนวก  
  1. ข้อที่บังคับของสมาคมหากปรากฏว่าบกพร่องหรือไม่ดีพอ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่สมาชิกเป็นผู้พิจารณาแก้ไข  
  2. นอกจากกฎข้อที่บังคับของสมาคมตามที่ได้ระบุไว้ข้างต้นนี้แล้ว สมาคมยังนำเอากฎหมรายแพ่งพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวกับสมาคมมาใช้บังคับรวมอยู่ด้วย